หลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ช่วยทุกชีวิตที่กลางเหว
ต้นปีพุทธศักราช ๒๕๔๘ ข้าพเจ้า ภรรยา และเพื่อนบ้านที่ร่วม เดินทางมาด้วยกันอีก ๓-๔ คน ขับปิกอัพ ทะเบียน ๖๒๗๐ ออกจาก สุรินทร์เพื่อเข้ากรุงเทพฯ มาถึงแถวๆ มวกเหล็ก สระบุรี จึงจอดรถ พักผ่อนทั้งคนทั้งรถข้างไหล่ทาง แต่ที่ตรงนั้นเป็นที่ที่แปลกมาก กล่าว คือด้านข้างเป็นภูเขาใหญ่ ส่วนด้านหน้าเป็นเหวลึก ๑๐๐ เมตร เห็นจะ ได้ ข้าพเจ้าก็จอดรถพักผ่อนห่างจากปากเหวที่ว่าประมาณ ๑๐ เมตร แต่ทุกคนนั่งอยู่ในรถทั้งหมด นั่งนอนตามอัธยาศัยไม่คาดคิดถึงว่า มัจจุราชจะมาทักไวถึงขนาด เพราะจู่ๆ รถทัวร์สายขอนแก่น-กรุงเทพฯ ขับมาด้วยความเร็วและเกิดอะไรขึ้นไม่ทราบได้ รถทัวร์กลับมาชนท้าย รถข้าพเจ้าที่จอดอยู่เข้าอย่างจัง เพียงจังหวะแรกเท่านั้น ๑ ใน ๔ ที่นั่ง พักผ่อนอยู่ที่ท้ายกระบะนั้นก็ลอยละลิ่วออกจากตัวรถไปไกลถึง ๑๐ เมตร เศษๆ ส่วนรถนั้นได้ถูกแรงชนจึงพุ่งทะยานลงสู่ก้นเหวพร้อมทั้งคนที่ อยู่ในรถทั้ง ๕ คนในฉับพลัน
ผู้คนบริเวณนั้นส่งเสียงร้องอื้ออึง ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้พบเห็น เหตุการณ์สดๆ อย่างนี้ ยังดีอยู่ว่า เจ้ารถทัวร์คันนั้นเบรกได้ทัน ไม่อย่างนั้นคงนึกภาพไม่ออกหรือไม่ก็ไม่มีเวลานึกเอาเสียเลย สภาพรถทั้งด้านหน้าถูกกระแทกกระทบกับก้อนหินต้นไม้พังยับ ท้ายก็ยับเหมือนกันแต่ยังน้อยกว่าข้างหน้า ข้าพเจ้าเองยังพอมีสติอยู่แต่นึกอะไร ไม่ออกแล้วเวลานั้น แต่ในมือกำหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ที่ห้อยคอมาไว้ แน่นแบบอกสั่นขวัญหายวิญญาณกระเจิงว่างั้นเถอะ ข้าพเจ้ากับภรรยา นั่งอยู่ด้านหน้าได้แต่สบตากันเป็นเชิงสารภาพในใจว่า ลาก่อนที่รัก หากไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นก็กลับบ้านเก่ากันเท่านั้น แต่ด้วยเดชะบารมีหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์หรือเดชะบุญกุศล ดวงชะตาข้าพเจ้าและคณะ ยังไม่มีใครถึงฆาต จึงได้อยู่รอดปลอดภัยกันมาถึงปัจจุบัน
ข้าพเจ้าและคณะได้เดินเฉียดความตายมาได้อย่างเหลือเชื่อสภาพเหตุการณ์หนักและรุนแรงกว่าเหตุการณ์ของคนอื่นๆ ที่ได้เล่ามา แต่ทั้งนั้นทั้งหมดต่างก็มีหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ติดตัวหรือติดไว้ที่รถกัน ทั้งนั้น และข้าพเจ้าพร้อมคณะก็ถูกช่วยเหลือให้ขึ้นจากกลางเหวด้วย รถเครนอย่างทุกลักทุเลและอย่างสะบักสะบอมและเหนืออื่นใดรอด ปลอดภัยทุกคนแต่ก็ได้รับบาดเจ็บบ้าง จึงเชื่อมั่นในพุทธคุณหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์รุ่นหนึ่ง ด้านแคล้วคลาดปลอดภัยคุ้มครองรักษา
บุญรอง บุญปก
ผู้ประสบเหตุด้วยตนเอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น