วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569

ประวัติ "หลวงพ่อทองสัมฤทธิ์" วัดโพธิ์ศรีไกลเสนียด ตำบลหนองบัว อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์

ประวัติหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์

หลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่ มากองค์หนึ่ง มีขนาดหน้าตักกว้าง ๑๐.๕ นิ้ว ความสูง ๒๕.๒ นิ้ว วัด จากฐานโดยรอบได้ ๑๑ นิ้ว ปางมารวิชัย สันนิษฐานกันว่า สร้างใน สมัยเชียงแสน รุ่นราวคราวเดียวกันกับ พระธาตุอินทร์แขวน เมือง ไจ้เที่ยว ประเทศพม่า มีอายุประมาณ ๑,๒๐๐ ปีเศษ

ปี ๒๕๕๓ กรมศิลปากร มาสำรวจขึ้นทะเบียน กล่าวว่า พระทองสัมฤทธิ์ สร้างในสมัยอาณาจักรล้านนาล้านช้าง โดย สมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช 

ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า ใครเป็นผู้สร้างและอัญเชิญมาเพื่อสักการบูชาประจำที่วัดโพธิ์ศรีไกลเสนียด แต่ก็ยังพอสืบทราบได้ความว่า หลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ได้เข้ามาสถิตประดิษฐานเป็นมิ่งขวัญและที่เคารพ ศรัทธาของชาวบ้านไกลเสนียด ประมาณปีพุทธศักราช ๒๒๔๕-๒๒๔๙ ประมาณ ๓๐๐ กว่าปีล่วงแล้ว

สมัยที่ผู้ใหญ่แอ้น บุญปก ปฏิบัติหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านปกครองดูแลสารทุกข์สุกดิบของชาวบ้าน ระหว่างปีพุทธศักราช ๒๔๖๓-๒๔๙๐ นั้น ได้มีพวกแก๊งมิจฉาชีพคอยลักขโมยพระเก่าและวัตถุโบราณส่งขายบ่อยๆ กอปรกับทางวัดเอง ไม่มีพระผู้ใหญ่คอยสอดส่องดูแลรับภารธุระใน ทรัพย์สินของวัด ท่านผู้ใหญ่แอ้น จึงมีจิตเจตนาอันเป็นกุศลแท้ ได้ อัญเชิญองค์หลวงพ่อไปไว้ ณ ที่ปลอดภัยชั่วคราว เมื่อเหตุการณ์เป็น ปรกติแล้ว จึงได้นำกลับมาไว้ที่วัดดังเดิม

ต่อมาในช่วงปลายปีพุทธศักราช ๒๕๐๖ ซึ่งท่านผู้ใหญ่โพธิ์ รับ หน้าที่ปกครองดูแลลูกบ้าน พวกแก๊งมิจฉาชีพหรือพวกมารศาสนาก็ได้ ชาวบ้าน สบช่องย่องเบาลักเอาหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ไปจากวัดได้สำเร็จ ทราบข่าว จึงพร้อมใจกันออกติดตามและตามหาในหลายๆ แห่ง หลายๆ ที่ที่คาดว่าพวกหัวขโมยจะนำหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ไปเก็บซ่อนไว้ แต่ก็ ไม่อาจพบเจอได้ เหตุเพราะพวกโจรได้เคลื่อนย้ายไปเก็บซ่อนไว้ใน หลายแห่งไม่เป็นหลักแหล่งแน่ชัด เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงได้พากันไปแจ้ง ความที่สถานีตำรวจภูธรประจำจังหวัดสุรินทร์ให้ช่วยติดตามและค้นหา อีกแรง

ด้วยเดชะบุญบารมีหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ และดวงจิตผูกพันยึด มั่นในองค์หลวงพ่อฯ ของชาวบ้าน ขณะนั้นคุณพ่อผู้ใหญ่ทองดี บุญปก ได้เข้ามารับหน้าที่เป็นผู้ดูแลและปกครองชาวบ้าน ประมาณกลางปี พุทธศักราช ๒๕๐๘ ก็ได้รับแจ้งข่าวอันเป็นมงคลซึ่งเป็นที่ปลื้มปีติแก่ ชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือ สถานีตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์แจ้งมาว่า ได้จับแก๊งมิจฉาชีพที่ชอบขโมยพระพุทธรูปและวัตถุโบราณพร้อมของ กลางได้เป็นจำนวนมาก พ่อปู่อุ้ย บุญปก หนึ่งในคณะผู้ใหญ่พากันไป ดูของแล้วจำเอกลักษณ์พิเศษที่ใต้ฐานพระได้จึงมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงได้อัญเชิญนำไปฝากไว้ที่บ้านพักท่านผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรสุรินทร์ ไว้ชั่วคราว

ต่อมาพระ ผู้ใหญ่บ้าน และลูกบ้าน จึงได้ตกลงกันว่าจ้างช้าง เชือก เพื่อเป็นพาหนะอัญเชิญหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์และได้พากัน ตรงไปที่บ้านพักท่านผู้กำกับทันที วันนั้นท้องฟ้าแจ่มใส อากาศปลอด โปร่งปราศจากเมฆหมอกใดๆ แต่พอคณะผู้ใหญ่นำช้างไปเทียบที่บ้าน ท่านผู้กำกับและอัญเชิญองค์หลวงพ่อขึ้นที่หลังช้างเท่านั้น ฝนก็ได้ ตกลงมาราวกับปาฏิหาริย์อันเหลือเชื่อเช่นนั้น แม้แต่องค์อินทร์ เทวดา ฟ้าดิน และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังบันดาลให้เกิดฝนนอกฤดูกาลเช่นนี้ได้ เป็น การประกาศและแจ้งให้ทุกคนได้รับทราบเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ว่า ผู้ ที่เคารพสักการบูชา กราบไว้องค์หลวงพ่อเป็นที่พึ่งที่ระลึกนั้น ก็จะ ประสพสิ่งอันเป็นมิ่งมงคลในชีวิต เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานและ ชุ่มชื่นเย็นใจยิ่งนักเหมือนกับสายฝนที่โปรยปรายลงมาในวันนี้ นั่นหมายความว่า เทพาอารักษ์ที่ได้รับคำสั่งให้คอยดูแลรักษาองค์ หลวงพ่ออวยชัยให้พรแก่ตัวแทนชาวบ้านที่มาอัญเชิญในวันนั้น

เมื่อคณะผู้ใหญ่บ้าน ได้อัญเชิญองค์หลวงพ่อทองสัมฤทธิ์มาถึง วัดโพธิ์ศรีฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันทำบุญฉลอง สมโภชกันอย่างยิ่งใหญ่ ให้สมกับการที่ได้ตั้งตารอคอยวันแห่งความ ปลาบปลื้มชื่นอกชื่นใจกันทั่วหน้า ตั้งแต่นั้นมา ชาวบ้านต่างก็อยู่เย็น เป็นสุขกันตราบเท่าปัจจุบัน

มีชัย บุญปก
สุพระเก้า บุญปก
รวบรวมและเรียบเรียง

หลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ช่วยทุกชีวิตที่กลางเหว

หลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ช่วยทุกชีวิตที่กลางเหว
ต้นปีพุทธศักราช ๒๕๔๘ ข้าพเจ้า ภรรยา และเพื่อนบ้านที่ร่วม เดินทางมาด้วยกันอีก ๓-๔ คน ขับปิกอัพ ทะเบียน ๖๒๗๐ ออกจาก สุรินทร์เพื่อเข้ากรุงเทพฯ มาถึงแถวๆ มวกเหล็ก สระบุรี จึงจอดรถ พักผ่อนทั้งคนทั้งรถข้างไหล่ทาง แต่ที่ตรงนั้นเป็นที่ที่แปลกมาก กล่าว คือด้านข้างเป็นภูเขาใหญ่ ส่วนด้านหน้าเป็นเหวลึก ๑๐๐ เมตร เห็นจะ ได้ ข้าพเจ้าก็จอดรถพักผ่อนห่างจากปากเหวที่ว่าประมาณ ๑๐ เมตร แต่ทุกคนนั่งอยู่ในรถทั้งหมด นั่งนอนตามอัธยาศัยไม่คาดคิดถึงว่า มัจจุราชจะมาทักไวถึงขนาด เพราะจู่ๆ รถทัวร์สายขอนแก่น-กรุงเทพฯ ขับมาด้วยความเร็วและเกิดอะไรขึ้นไม่ทราบได้ รถทัวร์กลับมาชนท้าย รถข้าพเจ้าที่จอดอยู่เข้าอย่างจัง เพียงจังหวะแรกเท่านั้น ๑ ใน ๔ ที่นั่ง พักผ่อนอยู่ที่ท้ายกระบะนั้นก็ลอยละลิ่วออกจากตัวรถไปไกลถึง ๑๐ เมตร เศษๆ ส่วนรถนั้นได้ถูกแรงชนจึงพุ่งทะยานลงสู่ก้นเหวพร้อมทั้งคนที่ อยู่ในรถทั้ง ๕ คนในฉับพลัน
ผู้คนบริเวณนั้นส่งเสียงร้องอื้ออึง ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้พบเห็น  เหตุการณ์สดๆ อย่างนี้ ยังดีอยู่ว่า เจ้ารถทัวร์คันนั้นเบรกได้ทัน ไม่อย่างนั้นคงนึกภาพไม่ออกหรือไม่ก็ไม่มีเวลานึกเอาเสียเลย สภาพรถทั้งด้านหน้าถูกกระแทกกระทบกับก้อนหินต้นไม้พังยับ ท้ายก็ยับเหมือนกันแต่ยังน้อยกว่าข้างหน้า ข้าพเจ้าเองยังพอมีสติอยู่แต่นึกอะไร ไม่ออกแล้วเวลานั้น แต่ในมือกำหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ที่ห้อยคอมาไว้  แน่นแบบอกสั่นขวัญหายวิญญาณกระเจิงว่างั้นเถอะ ข้าพเจ้ากับภรรยา นั่งอยู่ด้านหน้าได้แต่สบตากันเป็นเชิงสารภาพในใจว่า ลาก่อนที่รัก หากไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นก็กลับบ้านเก่ากันเท่านั้น แต่ด้วยเดชะบารมีหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์หรือเดชะบุญกุศล ดวงชะตาข้าพเจ้าและคณะ ยังไม่มีใครถึงฆาต จึงได้อยู่รอดปลอดภัยกันมาถึงปัจจุบัน

ข้าพเจ้าและคณะได้เดินเฉียดความตายมาได้อย่างเหลือเชื่อสภาพเหตุการณ์หนักและรุนแรงกว่าเหตุการณ์ของคนอื่นๆ ที่ได้เล่ามา แต่ทั้งนั้นทั้งหมดต่างก็มีหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ติดตัวหรือติดไว้ที่รถกัน ทั้งนั้น และข้าพเจ้าพร้อมคณะก็ถูกช่วยเหลือให้ขึ้นจากกลางเหวด้วย รถเครนอย่างทุกลักทุเลและอย่างสะบักสะบอมและเหนืออื่นใดรอด ปลอดภัยทุกคนแต่ก็ได้รับบาดเจ็บบ้าง จึงเชื่อมั่นในพุทธคุณหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์รุ่นหนึ่ง ด้านแคล้วคลาดปลอดภัยคุ้มครองรักษา

บุญรอง บุญปก
ผู้ประสบเหตุด้วยตนเอง