วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569

ประวัติ "หลวงพ่อทองสัมฤทธิ์" วัดโพธิ์ศรีไกลเสนียด ตำบลหนองบัว อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์

ประวัติหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์

หลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่ มากองค์หนึ่ง มีขนาดหน้าตักกว้าง ๑๐.๕ นิ้ว ความสูง ๒๕.๒ นิ้ว วัด จากฐานโดยรอบได้ ๑๑ นิ้ว ปางมารวิชัย สันนิษฐานกันว่า สร้างใน สมัยเชียงแสน รุ่นราวคราวเดียวกันกับ พระธาตุอินทร์แขวน เมือง ไจ้เที่ยว ประเทศพม่า มีอายุประมาณ ๑,๒๐๐ ปีเศษ

ปี ๒๕๕๓ กรมศิลปากร มาสำรวจขึ้นทะเบียน กล่าวว่า พระทองสัมฤทธิ์ สร้างในสมัยอาณาจักรล้านนาล้านช้าง โดย สมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช 

ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า ใครเป็นผู้สร้างและอัญเชิญมาเพื่อสักการบูชาประจำที่วัดโพธิ์ศรีไกลเสนียด แต่ก็ยังพอสืบทราบได้ความว่า หลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ได้เข้ามาสถิตประดิษฐานเป็นมิ่งขวัญและที่เคารพ ศรัทธาของชาวบ้านไกลเสนียด ประมาณปีพุทธศักราช ๒๒๔๕-๒๒๔๙ ประมาณ ๓๐๐ กว่าปีล่วงแล้ว

สมัยที่ผู้ใหญ่แอ้น บุญปก ปฏิบัติหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านปกครองดูแลสารทุกข์สุกดิบของชาวบ้าน ระหว่างปีพุทธศักราช ๒๔๖๓-๒๔๙๐ นั้น ได้มีพวกแก๊งมิจฉาชีพคอยลักขโมยพระเก่าและวัตถุโบราณส่งขายบ่อยๆ กอปรกับทางวัดเอง ไม่มีพระผู้ใหญ่คอยสอดส่องดูแลรับภารธุระใน ทรัพย์สินของวัด ท่านผู้ใหญ่แอ้น จึงมีจิตเจตนาอันเป็นกุศลแท้ ได้ อัญเชิญองค์หลวงพ่อไปไว้ ณ ที่ปลอดภัยชั่วคราว เมื่อเหตุการณ์เป็น ปรกติแล้ว จึงได้นำกลับมาไว้ที่วัดดังเดิม

ต่อมาในช่วงปลายปีพุทธศักราช ๒๕๐๖ ซึ่งท่านผู้ใหญ่โพธิ์ รับ หน้าที่ปกครองดูแลลูกบ้าน พวกแก๊งมิจฉาชีพหรือพวกมารศาสนาก็ได้ ชาวบ้าน สบช่องย่องเบาลักเอาหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ไปจากวัดได้สำเร็จ ทราบข่าว จึงพร้อมใจกันออกติดตามและตามหาในหลายๆ แห่ง หลายๆ ที่ที่คาดว่าพวกหัวขโมยจะนำหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ไปเก็บซ่อนไว้ แต่ก็ ไม่อาจพบเจอได้ เหตุเพราะพวกโจรได้เคลื่อนย้ายไปเก็บซ่อนไว้ใน หลายแห่งไม่เป็นหลักแหล่งแน่ชัด เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงได้พากันไปแจ้ง ความที่สถานีตำรวจภูธรประจำจังหวัดสุรินทร์ให้ช่วยติดตามและค้นหา อีกแรง

ด้วยเดชะบุญบารมีหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ และดวงจิตผูกพันยึด มั่นในองค์หลวงพ่อฯ ของชาวบ้าน ขณะนั้นคุณพ่อผู้ใหญ่ทองดี บุญปก ได้เข้ามารับหน้าที่เป็นผู้ดูแลและปกครองชาวบ้าน ประมาณกลางปี พุทธศักราช ๒๕๐๘ ก็ได้รับแจ้งข่าวอันเป็นมงคลซึ่งเป็นที่ปลื้มปีติแก่ ชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือ สถานีตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์แจ้งมาว่า ได้จับแก๊งมิจฉาชีพที่ชอบขโมยพระพุทธรูปและวัตถุโบราณพร้อมของ กลางได้เป็นจำนวนมาก พ่อปู่อุ้ย บุญปก หนึ่งในคณะผู้ใหญ่พากันไป ดูของแล้วจำเอกลักษณ์พิเศษที่ใต้ฐานพระได้จึงมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงได้อัญเชิญนำไปฝากไว้ที่บ้านพักท่านผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรสุรินทร์ ไว้ชั่วคราว

ต่อมาพระ ผู้ใหญ่บ้าน และลูกบ้าน จึงได้ตกลงกันว่าจ้างช้าง เชือก เพื่อเป็นพาหนะอัญเชิญหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์และได้พากัน ตรงไปที่บ้านพักท่านผู้กำกับทันที วันนั้นท้องฟ้าแจ่มใส อากาศปลอด โปร่งปราศจากเมฆหมอกใดๆ แต่พอคณะผู้ใหญ่นำช้างไปเทียบที่บ้าน ท่านผู้กำกับและอัญเชิญองค์หลวงพ่อขึ้นที่หลังช้างเท่านั้น ฝนก็ได้ ตกลงมาราวกับปาฏิหาริย์อันเหลือเชื่อเช่นนั้น แม้แต่องค์อินทร์ เทวดา ฟ้าดิน และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังบันดาลให้เกิดฝนนอกฤดูกาลเช่นนี้ได้ เป็น การประกาศและแจ้งให้ทุกคนได้รับทราบเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ว่า ผู้ ที่เคารพสักการบูชา กราบไว้องค์หลวงพ่อเป็นที่พึ่งที่ระลึกนั้น ก็จะ ประสพสิ่งอันเป็นมิ่งมงคลในชีวิต เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานและ ชุ่มชื่นเย็นใจยิ่งนักเหมือนกับสายฝนที่โปรยปรายลงมาในวันนี้ นั่นหมายความว่า เทพาอารักษ์ที่ได้รับคำสั่งให้คอยดูแลรักษาองค์ หลวงพ่ออวยชัยให้พรแก่ตัวแทนชาวบ้านที่มาอัญเชิญในวันนั้น

เมื่อคณะผู้ใหญ่บ้าน ได้อัญเชิญองค์หลวงพ่อทองสัมฤทธิ์มาถึง วัดโพธิ์ศรีฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันทำบุญฉลอง สมโภชกันอย่างยิ่งใหญ่ ให้สมกับการที่ได้ตั้งตารอคอยวันแห่งความ ปลาบปลื้มชื่นอกชื่นใจกันทั่วหน้า ตั้งแต่นั้นมา ชาวบ้านต่างก็อยู่เย็น เป็นสุขกันตราบเท่าปัจจุบัน

มีชัย บุญปก
สุพระเก้า บุญปก
รวบรวมและเรียบเรียง

หลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ช่วยทุกชีวิตที่กลางเหว

หลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ช่วยทุกชีวิตที่กลางเหว
ต้นปีพุทธศักราช ๒๕๔๘ ข้าพเจ้า ภรรยา และเพื่อนบ้านที่ร่วม เดินทางมาด้วยกันอีก ๓-๔ คน ขับปิกอัพ ทะเบียน ๖๒๗๐ ออกจาก สุรินทร์เพื่อเข้ากรุงเทพฯ มาถึงแถวๆ มวกเหล็ก สระบุรี จึงจอดรถ พักผ่อนทั้งคนทั้งรถข้างไหล่ทาง แต่ที่ตรงนั้นเป็นที่ที่แปลกมาก กล่าว คือด้านข้างเป็นภูเขาใหญ่ ส่วนด้านหน้าเป็นเหวลึก ๑๐๐ เมตร เห็นจะ ได้ ข้าพเจ้าก็จอดรถพักผ่อนห่างจากปากเหวที่ว่าประมาณ ๑๐ เมตร แต่ทุกคนนั่งอยู่ในรถทั้งหมด นั่งนอนตามอัธยาศัยไม่คาดคิดถึงว่า มัจจุราชจะมาทักไวถึงขนาด เพราะจู่ๆ รถทัวร์สายขอนแก่น-กรุงเทพฯ ขับมาด้วยความเร็วและเกิดอะไรขึ้นไม่ทราบได้ รถทัวร์กลับมาชนท้าย รถข้าพเจ้าที่จอดอยู่เข้าอย่างจัง เพียงจังหวะแรกเท่านั้น ๑ ใน ๔ ที่นั่ง พักผ่อนอยู่ที่ท้ายกระบะนั้นก็ลอยละลิ่วออกจากตัวรถไปไกลถึง ๑๐ เมตร เศษๆ ส่วนรถนั้นได้ถูกแรงชนจึงพุ่งทะยานลงสู่ก้นเหวพร้อมทั้งคนที่ อยู่ในรถทั้ง ๕ คนในฉับพลัน
ผู้คนบริเวณนั้นส่งเสียงร้องอื้ออึง ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้พบเห็น  เหตุการณ์สดๆ อย่างนี้ ยังดีอยู่ว่า เจ้ารถทัวร์คันนั้นเบรกได้ทัน ไม่อย่างนั้นคงนึกภาพไม่ออกหรือไม่ก็ไม่มีเวลานึกเอาเสียเลย สภาพรถทั้งด้านหน้าถูกกระแทกกระทบกับก้อนหินต้นไม้พังยับ ท้ายก็ยับเหมือนกันแต่ยังน้อยกว่าข้างหน้า ข้าพเจ้าเองยังพอมีสติอยู่แต่นึกอะไร ไม่ออกแล้วเวลานั้น แต่ในมือกำหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ที่ห้อยคอมาไว้  แน่นแบบอกสั่นขวัญหายวิญญาณกระเจิงว่างั้นเถอะ ข้าพเจ้ากับภรรยา นั่งอยู่ด้านหน้าได้แต่สบตากันเป็นเชิงสารภาพในใจว่า ลาก่อนที่รัก หากไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นก็กลับบ้านเก่ากันเท่านั้น แต่ด้วยเดชะบารมีหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์หรือเดชะบุญกุศล ดวงชะตาข้าพเจ้าและคณะ ยังไม่มีใครถึงฆาต จึงได้อยู่รอดปลอดภัยกันมาถึงปัจจุบัน

ข้าพเจ้าและคณะได้เดินเฉียดความตายมาได้อย่างเหลือเชื่อสภาพเหตุการณ์หนักและรุนแรงกว่าเหตุการณ์ของคนอื่นๆ ที่ได้เล่ามา แต่ทั้งนั้นทั้งหมดต่างก็มีหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์ติดตัวหรือติดไว้ที่รถกัน ทั้งนั้น และข้าพเจ้าพร้อมคณะก็ถูกช่วยเหลือให้ขึ้นจากกลางเหวด้วย รถเครนอย่างทุกลักทุเลและอย่างสะบักสะบอมและเหนืออื่นใดรอด ปลอดภัยทุกคนแต่ก็ได้รับบาดเจ็บบ้าง จึงเชื่อมั่นในพุทธคุณหลวงพ่อทองสัมฤทธิ์รุ่นหนึ่ง ด้านแคล้วคลาดปลอดภัยคุ้มครองรักษา

บุญรอง บุญปก
ผู้ประสบเหตุด้วยตนเอง

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2568

บ้านไกลเสนียด ตำบลหนองบัว อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์


บ้านไกลเสนียด  หมู่ที่  7  ตำบลหนองบัว  อำเภอท่าตูม   จังหวัดสุรินทร์
             
            1.  ประวัติความเป็นมา
               บ้านไกลเสนียดเป็นหมู่บ้านโบราณ (ไม่ต่ำกว่า 400-500 ปี) จากหลักฐานที่พบก้อนอิฐ และมีโบราณสถาน คือ  อุโบสถตั้งอยู่วัดโพธิ์ศรีบ้านไกลเสนียดในปัจจุบัน  ได้ขุดพบพระเครื่องทำด้วยพระทองสัมฤทธิ์  จึงเรียกกันว่า พระทองสัมฤทธิ์  และหลักฐานที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง  คือ  พระประธานที่อยู่ในอุโบสถ  ทำด้วยไม้เนื้อแข็งชนิดหนึ่งลงหลักปิดทองได้พิสูจน์แล้วว่ามีอายุหลายร้อยปี  หลักฐานอีกชิ้นหนึ่งเป็นกระเบื้องที่ฝังอยู่ใต้ดิน  ในบริเวณสระใหญ่กลางหมู่บ้าน  บรรพบุรุษของหมู่บ้านไกลเสนียดคือ  ข่า  ขอม  หรือ  ละว้า  ในสมัยขอมเรืองอำนาจ  เมื่อสมัยขอมเสื่อมอำนาจหมู่บ้านแห่งนี้ถูกปล่อยให้ร้างมาช้านาน

                    ในปี  พ.ศ.  2430  หรือประมาณ  120  ปีมาแล้ว  มีหมู่บ้านหนึ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล เรียกว่า  บ้านหนองขอน  (ซึ่งเรียกตามชื่อหนองน้ำที่อยู่ทางทิศตะวันออกหมู่บ้าน)  ให้เกิดโรคระบาด  เรียกว่า  โรคห่า  หรือ  โรคฝีดาษชาวบ้านเป็นโรคดังกล่าว  และล้มตายลงเป็นจำนวนมาก  เพราะสมัยนั้นยังไม่มียาป้องกันรักษา  ชาวบ้านเกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิต  จึงได้ทำการอพยพตั้งถิ่นฐานใหม่ โดยแยกกันเป็น  2  กลุ่ม  คือ  กลุ่มแรกได้อพยพไปทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านหนองขอน  ปัจจุบัน  คือ  หมู่บ้านม่วงมูล  อีกกลุ่มหนึ่ง มีนายสาเป็นผู้นำได้อพยพมาทางทิศตะวันตกหมู่บ้านหนองขอน  ซึ่งห่างกันประมาณ  3  กิโลเมตร  เป็นหมู่บ้านร้างมานานดังกล่าวมาแล้วข้างต้น  ต่อมานายสาได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้านให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน  ในสมัยนั้นเรียกว่า  กวนบ้าน  แล้วได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า  บ้านกุดเสนียด  หรือ  บ้านเสนียด  เรียกตามชื่อแหล่งน้ำที่อยู่ติดหมู่บ้านทางทิศเหนือ  คือ  กุดเสนียด  เรียกตามชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่ง  เรียกตามพื้นที่ว่าต้นเสนียด  มีช้านานมากกว่าต้นอื่นในปัจจุบันเหลือเพียงตอไม้ให้พบเห็นเพียงไม่กี่ตอเท่านั้น  ต่อมาชาวบ้านได้ประชุมปรึกษากันเกี่ยวกับชื่อหมู่บ้านเสนียด  ว่าเป็นชื่อที่เป็นอวมงคล  เป็นชื่อไม่ดี  จึงได้เพิ่มเติมเรียกใหม่ว่า  บ้านไกลเสนียด  คือ  หมู่บ้านห่างไกลสิ่งที่ไม่ดี  และกลุ่มชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งที่มาอยู่บ้านไกลเสนียด  คือ  กลุ่มชาวบ้านที่มาจากจังหวัดนครราชสีมา  อพยพมาตามแม่น้ำมูลโดยทางเรือ  วันเวลาที่เข้ามาไม่แน่ชัด  ต่อมาจึงแยกออกจากบ้านไกลเสนียดไปทางทิศตะวันตกตั้งเป็นหมู่บ้านน้ำคำ  ตำบลท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์  ในปัจจุบัน  ต่อมาบ้านไกลเสนียดเมื่อมีประชากรมากมีความแออัดมากขึ้น  จึงได้ขยับขยายหมู่บ้านมาทางทิศตะวันออกในปีพุทธศักราช  2518  บ้านไกลเสนียดได้แยกการปกครองอกเป็น  2  หมู่  คือ  เพื่อรอการแยกออกจากตำบลท่าตูม  มาเป็น  ตำบลหนองบัว  โดยถือชื่อตามหมู่บ้านที่อยู่ศูนย์กลาง  คือ  บ้านหนองบัว  (ตั้งชื่อตามหนองน้ำ  ที่มีบัวขึ้นเต็มหนองน้ำ)

                    ในปี  พ.ศ.  2519  จึงได้มีการแยก  ตำบลหนองบัว  ออกจาก  ตำบลท่าตูม ขณะที่แยกมี  5  บ้าน  คือ  บ้านหนองบัว  บ้านดงเย็น  บ้านม่วงมูล  บ้านโพนงอย  บ้านไกลเสนียด  โดยแบ่งออกเป็น  9  หมู่  บ้านไกลเสนียดแบ่งออกเป็น  2  หมู่  คือ  หมู่  6  มี  นายทองดี บุญปก  เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่  7  มี  นายรัตน์  บุญปก  เป็นผู้ใหญ่บ้าน

                    ผู้ใหญ่บ้านในอดีตจนถึงปัจจุบันของบ้านไกลเสนียด  มี  9  คน  คือ
                    1.  นาย  สา                                              พ.ศ.  2430 – 2453
                    2.  นาย  วัน  (หลวงปู่วัน)                    พ.ศ.  2453 – 2463
                    3.  นาย  คำ  (ปู่คำ)                                 พ.ศ.  2463
                    4.  นาย แอ้น  บุญปก                             พ.ศ.  2463 – 2490                   (เริ่มใช้นามสกุล)
                    5.  นาย  โพธิ์  บุญปก                            พ.ศ.  2490 – 2407
                    6.  นาย ทองดี  บุญปก                           พ.ศ.  2507 – 2535                 ( เกษียณอายุ )
                    7.  นาย รัตน์     บุญปก                         พ.ศ.  2518 – 2549                          ( เกษียณอายุ )
                    8.  นาย สมบัติ  บุญปก                          พ.ศ.  2535 –ส.ค. 2566                    ( เกษียณอายุหมู่ที่ 6 )
                    9.  นายชื่นชัย   บุญปก                          12  ม.ค. 2550 – 11 ม.ค. 2555          (วาระ 5 ปี)                    
                    10.นายมณเฑียร  บุญปก                       ก.พ. 2555  2562                         ( เกษียณอายุหมู่ที่ 7 )
                    11.นายสว่าง  บุญปก                             2562   ปัจจุบัน                        ( ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 )
                    12.นางรวีวรรณ สุวงศ์                             13 ก.ย. 2566   ปัจจุบัน                        ( ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 )

                    อาชีพครั้งแรกของชาวบ้านที่อพยพมาอยู่หมู่บ้านไกลเสนียดคือ  อาชีพทำนา และอาชีพทำไร่เลื่อนลอยในปี พ.ศ. 2495  มีอาชีพใหม่เพิ่มขึ้นคือ อาชีพรับจ้าง  ช่วงแรกก็รับจ้างอยู่แต่ในหมู่บ้านแล้วขยายออกไปหมู่บ้านใกล้เคียง ในปัจจุบันอาชีพรับจ้างนี้เป็นอาชีพหลักของอีกหลายๆครอบครัวแล้ว

                    ในปี พ.ศ. 2500 ชาวบ้านได้เลิกทำอาชีพทำไร่เลื่อนลอยเพราะมีประชากรเพิ่มมากขึ้น ป่าไม้เริ่มหมดจึงมีการจับจองที่ดินทำกิน และไว้เป็นที่อยู่อาศัย และในปีเดียวกันนี้เองก็เกิดอาชีพใหม่ขึ้นคือ อาชีพปลูกปอแก้ว อันเนื่องมาจากการจับจองที่ดินไว้นั้นให้เกิดประโยชน์ และอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า ซึ่งได้รับการสอนจากทางราชการมีผู้เรียนไม่กี่สิบคน


                    ในปี พ.ศ. 2516  มีการเลิกทำอาชีพปลูกแตงโม ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมตั้งแต่เข้ามาก่อตั้งหมู่บ้าน เนื่องจากไม่มีตลาดรองรับ  ราคาตกต่ำ

                    ในปี   พ.ศ. 2523 – 2544 ได้มีการทำอิฐไว้ขายโดยได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ แต่ต้องเลิกเพราะไม่มีตลาดรองรับ

                    ในปี    พ.ศ. 2536  ได้เกิดอาชีพใหม่ หวังผลระยะยาวเป็นที่นิยมอย่างทั่วถึง ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐที่รู้กันในโครงการอีสานเขียว ในปัจจุบันก็ยิ่งนิยมปลูกยูคาลิปตัสกันอยู่ อย่างมากมาย
                    ในปี    พ.ศ. 2540  ได้เกิดอาชีพใหม่ เป็นอาชีพอิสระแต่ต้องมุ่งหน้าไปเมืองหลวงเป็นการหาของเก่ามาขาย  เช่น  เหล็ก  ขวดพลาสติก  ทองแดง  เป็นต้น  ทำให้หลายครอบครัวมีฐานะดีขึ้น
                    ในปี    พ.ศ. 2552  ได้เกิดอาชีพใหม่ คือการทำนาปรัง  หรือการทำนาข้าวนอกฤดูกาล  แต่เกิดปัญหาในเรื่องน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร  และก่อเกิดปัญหาต่อระบบนิเวศ  ดิน  น้ำ  ป่า   อย่างมาก
                    2.  สภาพภูมิศาสตร์ของหมู่บ้านไกลเสนียด  หมู่  7
                 1.)  ลักษณะภูมิประเทศบ้านไกลเสนียด  หมู่ 7 ตำบลหนองบัว  อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์  มีภูมิประเทศเป็นที่ราบ  ในอดีตเป็นป่าทึบเต็มไปด้วยไม้ใหญ่  มีทุ่งหญ้าที่กว้างอยู่ทางทิศตะวันออกหมู่บ้าน  พบเห็นสัตว์น้อยใหญ่เป็นประจำมีหนองน้ำขนาดใหญ่อยู่กลางหมู่บ้านในปัจจุบันถูกถมกลบหมดแล้วมีเพียงกอไผ่ขึ้นปกคลุม  อยู่กลางหมู่บ้านไกลเสนียดหมู่ที่ 6  เรียกกันว่า  หนองกกงิ้วผา  เนื่องจากบริเวณล้อมรอบหนองน้ำมีต้นงิ้วดงและต้นงิ้วบ้านขึ้นปกคลุมหนองมากกว่าต้นไม้ชนิดอื่น  และทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านมีแหล่งน้ำมากมาย เช่น  หนองโกส้ม (มีการขุดใหม่  น้ำขังตลอดปี)  หนองหิน  หนองหว้า ทางทิศใต้มีหนองแคน (มีการขุดใหม่น้ำขังตลอดปี) หนองไซ  หนองแสง  หนองกะดัน  หนองกะซาว  หนองคู(มีการขุดใหม่น้ำขังตลอดทั้งปี) ในช่วงหน้าแล้งน้ำจะแห้งขอดยกเว้น  หนองแคน  หนองคู  หนองโกส้ม  ในช่วงทำนาก็กลายเป็นพื้นนา  คือ  หนองกะซาว  หนองแสง  หนองกะดัน  หนองตาไซ  และทิศเหนือมีแหล่งน้ำที่สำคัญๆการทำประมงตลอดปี คือ  กุดส้ม  แม่น้ำมูล  และยังมีป่าบุ่งป่าทาม  ซึ่งเป็นแหล่งอาหารพื้นบ้านรักษาโรค และยังเป็นสถานที่เลี้ยงวัว  ควาย  ในหน้าแล้ง
                        2.) อาณาเขตหมู่บ้าน  บ้านไกลเสนียด  หมู่  7  มีอาณาเขตติดต่อดังต่อไปนี้
                               ทิศเหนือ  ติดต่อกับ  เขตตำบลโพนครก  อำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์  ระยะทางประมาณ  3  กิโลเมตร  โดยมีป่าบุ่งทามกั้นกลาง  ยึดตามแม่น้ำมูลเป็นเส้นแบ่งเขต
                              ทิศใต้  ติดต่อกับ  บ้านโพนงอย หมู่5  ตำบลหนองบัว  อำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์  ระยะทางประมาณ  1.8 กิโลเมตร  โดยมีทุ่งนากั้นกลาง  ยึดตามทางเกวียนเป็นเส้นแบ่งอาณาเขต
                              ทิศตะวันออก  ติดต่อกับ  บ้านม่วงมูล  หมู่8  ตำบลหนองบัว  อำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์
ระยะทางประมาณ  2  กิโลเมตร  โดยมีทุ่งนาและแหล่งทำกินกั้นกลาง  ยึดตามหนองหว้าและทางเกวียน  เป็นเส้นแบ่งอาณาเขต
                             ทิศตะวันตก  ติดต่อกับ  บ้านไกลเสนียดหมู่6 ตำบลหนองบัว  อำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์  อยู่ติดกัน  โดยมีถนนลูกรังกั้นกลาง  และเป็นเส้นแบ่งอาณาเขต
                    3.)   การคมนาคม  บ้านไกลเสนียด  หมู่7 มีระยะทางห่างจาก
                            ศาลากลางจังหวัด                                                    60               กิโลเมตร
                            ที่ว่าการอำเภอ                                                          7              กิโลเมตร
                            ที่ทำการกำนัน                                                          4              กิโลเมตร
                            ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)             4              กิโลเมตร
                                  สถานีอนามัยที่ใกล้ที่สุด                                             3              กิโลเมตร
                                  โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด                                             10               กิโลเมตร
                 ในหมู่บ้านไกลเสนียด  หมู่  7  มีรถโดยสารสองแถวประจำทางวิ่งผ่าน  2  คัน  วิ่งระหว่างหมู่บ้านม่วงมูล  และหมู่บ้านนาแซง  ตำบลน้ำเขียว  อำเภอรัตนบุรี  จังหวัดสุรินทร์  ถึงอำเภอท่าตูม วิ่งไป-กลับ  วันละ  2  เที่ยว  ยกเว้นวันเสาร์- อาทิตย์  มี 1-2   เที่ยวและจะเที่ยวเช้าเที่ยวเดียวหรือไม่มีเลยในฤดูเก็บเกี่ยวข้าว  เนื่องจากต้องรับจ้างขนข้าว  ในช่วงเปิดภาคเรียน  รถโดยสารสองแถวประจำทางจะวิ่งตามกันมา  เที่ยวเช้าประมาณ  07.15  นาฬิกา  เพราะรับส่งนักเรียน  ไปเรียนในตัวอำเภอ  กลับในเวลา  11.30-12.30  นาฬิกา  และจะเข้าอำเภอท่าตูมอีกในเวลาประมาณบ่าย 14.00-14.30.  เพราะไปรับนักเรียน  กลับในเวลา  16.30-17.30.  ทุกวัน  ค่าโดยสารนักเรียนไป-กลับ  คนละ  5บาท  ค่าโดยสารบุคคลทั่วไปเที่ยวละ5 บาท  ไป-กลับ  10  บาท  ยกเว้นไปโรงพยาบาลที่อยู่ไกลออกไปคิดค่าโดยสาร  10  บาท  ใช้เวลาเดินทางจากหมู่บ้านถึงอำเภอประมาณ20-30  นาที  หรือแล้วแต่ฤดูและสภาพของถนน                                                                                                                                                    
                การคมนาคมอีกเส้นทางหนึ่ง  คือ   สายทางทิศใต้ของหมู่บ้านเป็นถนนแบบขุดดินยกร่องขึ้นสร้างเมื่อ  .. 2517  ประมาณ  2,000 เมตร  ถึงถนนหลวง  สาย  2149(.ท่าตูม -  .รัตนบุรี)  หรือบ้านโพนงอย  หมู่  5  ส่วนถนนในหมู่บ้านนั้นเป็นถนนคอนกรีตยาว  500  เมตร  สร้างเมื่อ  ..2541  โดยองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวและถนนลูกรัง  ยาว  3,000  เมตร  ไว้สำหรับสัญจรไปมาภายนอกหมู่บ้าน

                3.  การปกครอง, เชื้อชาติ, ภาษาพูด,   และการนับถือศาสนา
                    บ้านไกลเสนียด  หมู่ที่ 7 ตำบลหนองบัว  อำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์ มีการปกครองแบบระบอบประชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุขของชาติมีเชื่อชาติไทย สัญชาติไทย นับถือสานาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ภาษาท้องถิ่นส่วนใหญ่พูดภาษาลาวอีสาน

         4.  ศิลปวัฒนธรรม / ภูมิปัญญาท้องถิ่น
                            -  เดือนมกราคม  ทำบุญประเพณีขึ้นปีใหม่  มีการตักบาตรในตอนเช้า
                            -  เดือนกุมภาพันธ์  ที่ชาวบ้านเรียกว่าเดือนสาม  จะมีการทำบุญข้าวจี่  ในวันเพ็ญเดือนสาม  เป็นวันมาฆบูชา  รุ่งขึ้นวันแรม 1 ค่ำ  ก็ถวายข้าวจี่  เรียกว่าวันทำบุญ
                            -  เดือนมีนาคม  ที่ตรงกับเดือน 4  ของชาวบ้าน  จะมีการเทศมหาชาติ  ชาวอีสานเรียกว่า  บุญผเวส  (บุญมหาชาติ)  การกำหนดเวลาไม่ถือเด็ดขาดแน่นอน  อาจเป็นปลายเดือน 3  หรือต้นเดือน 5  ก็ได้  เวลาพระเทศน์ก็จะมีการแห่กัณฑ์หลอนมาถวาย 
                            -  เดือนเมษายน  ที่ตรงกับเดือน  5  ของชาวบ้าน  เป็นการทำบุญตรุษสงกรานต์  คนไทยถือนิยมว่าวันนี้เป็นวันขึ้นปีใหม่ของคนไทย
                            -  เดือนพฤษภาคม  ที่ตรงกับเดือน  6  ของชาวบ้าน  เป็นการทำบุญวันวิสาขบูชา  ตอนเช้ามีการทำบุญตักบาตร  ฟังธรรม  แล้วตอนกลางคืนก็มีการฟังธรรม  เวียนเทียน
                            -  เดือนมิถุนายน  ที่ตรงกับเดือน  7  ของชาวบ้าน  เป็นการทำบุญติดปีติดเดือน  เรียกว่า  ทำบุญเบิกบ้าน  หรือ  ตักบาตรบ้าน  มีการทำบุญเลี้ยงผีบ้าน  ซึ่งเรียกว่า  ผีปู่ตา  เป็นผีประจำหมู่บ้าน  ผีแฮก  เป็นผีประจำไร่นา  คือก่อนจะลงทำนาก็เซ่นสรวงบูชา  เจ้าที่ผีนาก่อนเป็นการแสดงความนับถือรู้บุญคุณ
                            -  เดือนกรกฎาคม  ที่ตรงกับเดือน  8  ของชาวบ้าน  เป็นการทำบุญเข้าพรรษาเหมือนกับภาคกลาง  มีการถวายผ้าอาบน้ำฝน  ถวายเทียนเข้าพรรษาแด่พระสงฆ์  มีการทำบุญตักบาตรตอนเช้า  ฟังธรรมเทศนา
                            -  เดือนสิงหาคม  ที่ตรงกับเดือน 9  ของชาวบ้าน  เป็นการทำบุญข้าวประดับดิน  กำหนดเอาวันแรม  14  คำ  เดือน 9  ชาวบ้านหาอาหาร  หมากพลู  บุหรี่  ห่อด้วยใบตอง  ไปวางตามยอดหญ้า  แขวนไว้ตามกิ่งไม้ใส่ไว้ตามศาลเจ้าบ้าง  วัตถุประสงค์เพื่ออุทิตส่วนกุศลให้กับญาติที่ล่วงลับไปแล้ว และเป็นพิธีที่ระลึกถึงบุญคุณของพระแม่ธรณี เพราะเป็นช่วงทำนาจนไม่มีเวลาทำบุญ 
                            -  เดือนกันยายน  ที่ตรงกับเดือน  10  ของชาวบ้าน  เป็นการทำบุญข้าวสาก  (สลากภัต)  ทำในวันเพ็ญเดือน  10  เป็นการทำบุญให้เปรต (ผู้ตายไปแล้ว)  ห่างจากบุญข้าวประดับดิน  15  วัน  มีการทำข้าวกระยาสารท  แต่ในปัจจุบันนิยมซื้อมากกว่าทำเอง
                            -  เดือนตุลาคม  ที่ตรงกับเดือน  11  ของชาวบ้าน  เป็นการทำบุญออกพรรษา  เมื่อพระสงฆ์จำพรรษาครบ  3  เดือน  ตรงกับวันเพ็ญเดือน  11  มีการทำบุญตักบาตร  จุดธูปที่ทำจากผงมะพร้าวผสมขมิ้นห่อด้วยกระดาษนำไปแขวนไว้จุดตอนกลางคืน
                            -  เดือนพฤศจิกายน  ที่ตรงกับเดือน  12  ของชาวบ้าน  มีการทำบุญกฐิน  เป็นประเพณีถวายผ้าให้พระสงฆ์เป็นเวลา  1 เดือน  ทำในช่วง แรม  1  คำ  เดือน  11  ถึงวันเพ็ญ  เดือน  12  กลางคืนมีการลอยกระทง

https://fb.watch/gy7UwnbNJ1/

                            -  เดือนธันวาคม  ที่ตรงกับเดือน 1  ของชาวบ้าน  มีการทำบุญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่  ในวันที่  31  ธันวาคมของทุกปี  จนถึงเที่ยงคืนก็มีการจุดประทัด  บ้างก็ยิงปืน  เพื่อเริ่มต้นสู่ปีใหม่

วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

บ้านไกลเสนียด หมู่ที่ ๗ ตำบลหนองบัว อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์



ข้อมูลหมู่บ้าน
บ้านไกลเสนียด  หมู่ที่  7  ตำบลหนองบัว  อำเภอท่าตูม   จังหวัดสุรินทร์
                                                    
            1.  ประวัติความเป็นมา
               บ้านไกลเสนียดเป็นหมู่บ้านโบราณ (ไม่ต่ำกว่า 400-500 ปี) จากหลักฐานที่พบก้อนอิฐ และมีโบราณสถาน คือ  อุโบสถตั้งอยู่วัดโพธิ์ศรีบ้านไกลเสนียดในปัจจุบัน  ได้ขุดพบพระเครื่องทำด้วยพระทองสัมฤทธิ์  จึงเรียกกันว่า พระทองสัมฤทธิ์  และหลักฐานที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง  คือ  พระประธานที่อยู่ในอุโบสถ  ทำด้วยไม้เนื้อแข็งชนิดหนึ่งลงหลักปิดทองได้พิสูจน์แล้วว่ามีอายุหลายร้อยปี  หลักฐานอีกชิ้นหนึ่งเป็นกระเบื้องที่ฝังอยู่ใต้ดิน  ในบริเวณสระใหญ่กลางหมู่บ้าน  บรรพบุรุษของหมู่บ้านไกลเสนียดคือ  ข่า  ขอม  หรือ  ละว้า  ในสมัยขอมเรืองอำนาจ  เมื่อสมัยขอมเสื่อมอำนาจหมู่บ้านแห่งนี้ถูกปล่อยให้ร้างมาช้านาน
                    ในปี  พ.ศ.  2430  หรือประมาณ  120  ปีมาแล้ว  มีหมู่บ้านหนึ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล เรียกว่า  บ้านหนองขอน  (ซึ่งเรียกตามชื่อหนองน้ำที่อยู่ทางทิศตะวันออกหมู่บ้าน)  ให้เกิดโรคระบาด  เรียกว่า  โรคห่า  หรือ  โรคฝีดาษชาวบ้านเป็นโรคดังกล่าว  และล้มตายลงเป็นจำนวนมาก  เพราะสมัยนั้นยังไม่มียาป้องกันรักษา  ชาวบ้านเกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิต  จึงได้ทำการอพยพตั้งถิ่นฐานใหม่ โดยแยกกันเป็น  2  กลุ่ม  คือ  กลุ่มแรกได้อพยพไปทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านหนองขอน  ปัจจุบัน  คือ  หมู่บ้านม่วงมูล  อีกกลุ่มหนึ่ง มีนายสาเป็นผู้นำได้อพยพมาทางทิศตะวันตกหมู่บ้านหนองขอน  ซึ่งห่างกันประมาณ  3  กิโลเมตร  เป็นหมู่บ้านร้างมานานดังกล่าวมาแล้วข้างต้น  ต่อมานายสาได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้านให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน  ในสมัยนั้นเรียกว่า  กวนบ้าน  แล้วได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า  บ้านกุดเสนียด  หรือ  บ้านเสนียด  เรียกตามชื่อแหล่งน้ำที่อยู่ติดหมู่บ้านทางทิศเหนือ  คือ  กุดเสนียด  เรียกตามชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่ง  เรียกตามพื้นที่ว่าต้นเสนียด  มีช้านานมากกว่าต้นอื่นในปัจจุบันเหลือเพียงตอไม้ให้พบเห็นเพียงไม่กี่ตอเท่านั้น  ต่อมาชาวบ้านได้ประชุมปรึกษากันเกี่ยวกับชื่อหมู่บ้านเสนียด  ว่าเป็นชื่อที่เป็นอวมงคล  เป็นชื่อไม่ดี  จึงได้เพิ่มเติมเรียกใหม่ว่า  บ้านไกลเสนียด  คือ  หมู่บ้านห่างไกลสิ่งที่ไม่ดี  และกลุ่มชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งที่มาอยู่บ้านไกลเสนียด  คือ  กลุ่มชาวบ้านที่มาจากจังหวัดนครราชสีมา  อพยพมาตามแม่น้ำมูลโดยทางเรือ  วันเวลาที่เข้ามาไม่แน่ชัด  ต่อมาจึงแยกออกจากบ้านไกลเสนียดไปทางทิศตะวันตกตั้งเป็นหมู่บ้านน้ำคำ  ตำบลท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์  ในปัจจุบัน  ต่อมาบ้านไกลเสนียดเมื่อมีประชากรมากมีความแออัดมากขึ้น  จึงได้ขยับขยายหมู่บ้านมาทางทิศตะวันออกในปีพุทธศักราช  2518  บ้านไกลเสนียดได้แยกการปกครองอกเป็น  2  หมู่  คือ  เพื่อรอการแยกออกจากตำบลท่าตูม  มาเป็น  ตำบลหนองบัว  โดยถือชื่อตามหมู่บ้านที่อยู่ศูนย์กลาง  คือ  บ้านหนองบัว  (ตั้งชื่อตามหนองน้ำ  ที่มีบัวขึ้นเต็มหนองน้ำ)
                    ในปี  พ.ศ.  2519  จึงได้มีการแยก  ตำบลหนองบัว  ออกจาก  ตำบลท่าตูม ขณะที่แยกมี  5  บ้าน  คือ  บ้านหนองบัว  บ้านดงเย็น  บ้านม่วงมูล  บ้านโพนงอย  บ้านไกลเสนียด  โดยแบ่งออกเป็น  9  หมู่  บ้านไกลเสนียดแบ่งออกเป็น  2  หมู่  คือ  หมู่  6  มี  นายทองดี บุญปก  เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่  7  มี  นายรัตน์  บุญปก  เป็นผู้ใหญ่บ้าน

                    ผู้ใหญ่บ้านในอดีตจนถึงปัจจุบันของบ้านไกลเสนียด  มี  9  คน  คือ
                    1.  นาย  สา                                              พ.ศ.  2430 – 2453
                    2.  นาย  วัน  (หลวงปู่วัน)                    พ.ศ.  2453 – 2463
                    3.  นาย  คำ  (ปู่คำ)                                 พ.ศ.  2463
                    4.  นาย แอ้น  บุญปก                             พ.ศ.  2463 – 2490                                                                                    (เริ่มใช้นามสกุล)
                    5.  นาย  โพธิ์  บุญปก                            พ.ศ.  2490 – 2407
                    6.  นาย ทองดี  บุญปก                           พ.ศ.  2507 – 2535                                                             ( เกษียณอายุ )
                    7.  นาย รัตน์     บุญปก                         พ.ศ.  2518 – 2549                          ( เกษียณอายุ )
                    8.  นาย สมบัติ  บุญปก                          พ.ศ.  2535 – ปัจจุบัน                    ( ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 )
                    9.  นายชื่นชัย   บุญปก                          12  ม.ค. 2550 – 11 ม.ค. 2555                             
                    10.นายมณเฑียร  บุญปก                       ก.พ. 2555  ปัจจุบัน                        ( ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 )

                    อาชีพครั้งแรกของชาวบ้านที่อพยพมาอยู่หมู่บ้านไกลเสนียดคือ  อาชีพทำนา และอาชีพทำไร่เลื่อนลอยในปี พ.ศ. 2495  มีอาชีพใหม่เพิ่มขึ้นคือ อาชีพรับจ้าง  ช่วงแรกก็รับจ้างอยู่แต่ในหมู่บ้านแล้วขยายออกไปหมู่บ้านใกล้เคียง ในปัจจุบันอาชีพรับจ้างนี้เป็นอาชีพหลักของอีกหลายๆครอบครัวแล้ว

                    ในปี พ.ศ. 2500 ชาวบ้านได้เลิกทำอาชีพทำไร่เลื่อนลอยเพราะมีประชากรเพิ่มมากขึ้น ป่าไม้เริ่มหมดจึงมีการจับจองที่ดินทำกิน และไว้เป็นที่อยู่อาศัย และในปีเดียวกันนี้เองก็เกิดอาชีพใหม่ขึ้นคือ อาชีพปลูกปอแก้ว อันเนื่องมาจากการจับจองที่ดินไว้นั้นให้เกิดประโยชน์ และอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า ซึ่งได้รับการสอนจากทางราชการมีผู้เรียนไม่กี่สิบคน

                    ในปี พ.ศ. 2516  มีการเลิกทำอาชีพปลูกแตงโม ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมตั้งแต่เข้ามาก่อตั้งหมู่บ้าน เนื่องจากไม่มีตลาดรองรับ  ราคาตกต่ำ

                    ในปี   พ.ศ. 2523 – 2544 ได้มีการทำอิฐไว้ขายโดยได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ แต่ต้องเลิกเพราะไม่มีตลาดรองรับ

                    ในปี    พ.ศ. 2536  ได้เกิดอาชีพใหม่ หวังผลระยะยาวเป็นที่นิยมอย่างทั่วถึง ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐที่รู้กันในโครงการอีสานเขียว ในปัจจุบันก็ยิ่งนิยมปลูกยูคาลิปตัสกันอยู่ อย่างมากมาย
                    ในปี    พ.ศ. 2540  ได้เกิดอาชีพใหม่ เป็นอาชีพอิสระแต่ต้องมุ่งหน้าไปเมืองหลวงเป็นการหาของเก่ามาขาย  เช่น  เหล็ก  ขวดพลาสติก  ทองแดง  เป็นต้น  ทำให้หลายครอบครัวมีฐานะดีขึ้น
                    ในปี    พ.ศ. 2552  ได้เกิดอาชีพใหม่ คือการทำนาปรัง  หรือการทำนาข้าวนอกฤดูกาล  แต่เกิดปัญหาในเรื่องน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร  และก่อเกิดปัญหาต่อระบบนิเวศ  ดิน  น้ำ  ป่า   อย่างมาก
                    2.  สภาพภูมิศาสตร์ของหมู่บ้านไกลเสนียด  หมู่  7
                 1.)  ลักษณะภูมิประเทศบ้านไกลเสนียด  หมู่ 7 ตำบลหนองบัว  อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์  มีภูมิประเทศเป็นที่ราบ  ในอดีตเป็นป่าทึบเต็มไปด้วยไม้ใหญ่  มีทุ่งหญ้าที่กว้างอยู่ทางทิศตะวันออกหมู่บ้าน  พบเห็นสัตว์น้อยใหญ่เป็นประจำมีหนองน้ำขนาดใหญ่อยู่กลางหมู่บ้านในปัจจุบันถูกถมกลบหมดแล้วมีเพียงกอไผ่ขึ้นปกคลุม  อยู่กลางหมู่บ้านไกลเสนียดหมู่ที่ 6  เรียกกันว่า  หนองกกงิ้วผา  เนื่องจากบริเวณล้อมรอบหนองน้ำมีต้นงิ้วดงและต้นงิ้วบ้านขึ้นปกคลุมหนองมากกว่าต้นไม้ชนิดอื่น  และทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านมีแหล่งน้ำมากมาย เช่น  หนองโกส้ม (มีการขุดใหม่  น้ำขังตลอดปี)  หนองหิน  หนองหว้า ทางทิศใต้มีหนองแคน (มีการขุดใหม่น้ำขังตลอดปี) หนองไซ  หนองแสง  หนองกะดัน  หนองกะซาว  หนองคู(มีการขุดใหม่น้ำขังตลอดทั้งปี) ในช่วงหน้าแล้งน้ำจะแห้งขอดยกเว้น  หนองแคน  หนองคู  หนองโกส้ม  ในช่วงทำนาก็กลายเป็นพื้นนา  คือ  หนองกะซาว  หนองแสง  หนองกะดัน  หนองตาไซ  และทิศเหนือมีแหล่งน้ำที่สำคัญๆการทำประมงตลอดปี คือ  กุดส้ม  แม่น้ำมูล  และยังมีป่าบุ่งป่าทาม  ซึ่งเป็นแหล่งอาหารพื้นบ้านรักษาโรค และยังเป็นสถานที่เลี้ยงวัว  ควาย  ในหน้าแล้ง
                        2.) อาณาเขตหมู่บ้าน  บ้านไกลเสนียด  หมู่  7  มีอาณาเขตติดต่อดังต่อไปนี้
                               ทิศเหนือ  ติดต่อกับ  เขตตำบลโพนครก  อำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์  ระยะทางประมาณ  3  กิโลเมตร  โดยมีป่าบุ่งทามกั้นกลาง  ยึดตามแม่น้ำมูลเป็นเส้นแบ่งเขต
                              ทิศใต้  ติดต่อกับ  บ้านโพนงอย หมู่5  ตำบลหนองบัว  อำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์  ระยะทางประมาณ  1.8 กิโลเมตร  โดยมีทุ่งนากั้นกลาง  ยึดตามทางเกวียนเป็นเส้นแบ่งอาณาเขต
                              ทิศตะวันออก  ติดต่อกับ  บ้านม่วงมูล  หมู่8  ตำบลหนองบัว  อำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์
ระยะทางประมาณ  2  กิโลเมตร  โดยมีทุ่งนาและแหล่งทำกินกั้นกลาง  ยึดตามหนองหว้าและทางเกวียน  เป็นเส้นแบ่งอาณาเขต
                             ทิศตะวันตก  ติดต่อกับ  บ้านไกลเสนียดหมู่6 ตำบลหนองบัว  อำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์  อยู่ติดกัน  โดยมีถนนลูกรังกั้นกลาง  และเป็นเส้นแบ่งอาณาเขต
                    3.)   การคมนาคม  บ้านไกลเสนียด  หมู่7 มีระยะทางห่างจาก
                            ศาลากลางจังหวัด                                                    60               กิโลเมตร
                            ที่ว่าการอำเภอ                                                          7              กิโลเมตร
                            ที่ทำการกำนัน                                                          4              กิโลเมตร
                            ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)             4              กิโลเมตร
                                  สถานีอนามัยที่ใกล้ที่สุด                                             3              กิโลเมตร
                                  โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด                                             10               กิโลเมตร
                 ในหมู่บ้านไกลเสนียด  หมู่  7  มีรถโดยสารสองแถวประจำทางวิ่งผ่าน  2  คัน  วิ่งระหว่างหมู่บ้านม่วงมูล  และหมู่บ้านนาแซง  ตำบลน้ำเขียว  อำเภอรัตนบุรี  จังหวัดสุรินทร์  ถึงอำเภอท่าตูม วิ่งไป-กลับ  วันละ  2  เที่ยว  ยกเว้นวันเสาร์- อาทิตย์  มี 1-2   เที่ยวและจะเที่ยวเช้าเที่ยวเดียวหรือไม่มีเลยในฤดูเก็บเกี่ยวข้าว  เนื่องจากต้องรับจ้างขนข้าว  ในช่วงเปิดภาคเรียน  รถโดยสารสองแถวประจำทางจะวิ่งตามกันมา  เที่ยวเช้าประมาณ  07.15  นาฬิกา  เพราะรับส่งนักเรียน  ไปเรียนในตัวอำเภอ  กลับในเวลา  11.30-12.30  นาฬิกา  และจะเข้าอำเภอท่าตูมอีกในเวลาประมาณบ่าย 14.00-14.30.  เพราะไปรับนักเรียน  กลับในเวลา  16.30-17.30.  ทุกวัน  ค่าโดยสารนักเรียนไป-กลับ  คนละ  5บาท  ค่าโดยสารบุคคลทั่วไปเที่ยวละ5 บาท  ไป-กลับ  10  บาท  ยกเว้นไปโรงพยาบาลที่อยู่ไกลออกไปคิดค่าโดยสาร  10  บาท  ใช้เวลาเดินทางจากหมู่บ้านถึงอำเภอประมาณ20-30  นาที  หรือแล้วแต่ฤดูและสภาพของถนน                                                                                                                                                    
                การคมนาคมอีกเส้นทางหนึ่ง  คือ   สายทางทิศใต้ของหมู่บ้านเป็นถนนแบบขุดดินยกร่องขึ้นสร้างเมื่อ  .. 2517  ประมาณ  2,000 เมตร  ถึงถนนหลวง  สาย  2149(.ท่าตูม -  .รัตนบุรี)  หรือบ้านโพนงอย  หมู่  5  ส่วนถนนในหมู่บ้านนั้นเป็นถนนคอนกรีตยาว  500  เมตร  สร้างเมื่อ  ..2541  โดยองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวและถนนลูกรัง  ยาว  3,000  เมตร  ไว้สำหรับสัญจรไปมาภายนอกหมู่บ้าน

                3.  การปกครอง, เชื้อชาติ, ภาษาพูด,   และการนับถือศาสนา
                    บ้านไกลเสนียด  หมู่ที่ 7 ตำบลหนองบัว  อำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์ มีการปกครองแบบระบอบประชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุขของชาติมีเชื่อชาติไทย สัญชาติไทย นับถือสานาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ภาษาท้องถิ่นส่วนใหญ่พูดภาษาลาวอีสาน

         4.  ศิลปวัฒนธรรม / ภูมิปัญญาท้องถิ่น
                            -  เดือนมกราคม  ทำบุญประเพณีขึ้นปีใหม่  มีการตักบาตรในตอนเช้า
                            -  เดือนกุมภาพันธ์  ที่ชาวบ้านเรียกว่าเดือนสาม  จะมีการทำบุญข้าวจี่  ในวันเพ็ญเดือนสาม  เป็นวันมาฆบูชา  รุ่งขึ้นวันแรม 1 ค่ำ  ก็ถวายข้าวจี่  เรียกว่าวันทำบุญ
                            -  เดือนมีนาคม  ที่ตรงกับเดือน 4  ของชาวบ้าน  จะมีการเทศมหาชาติ  ชาวอีสานเรียกว่า  บุญผเวส  (บุญมหาชาติ)  การกำหนดเวลาไม่ถือเด็ดขาดแน่นอน  อาจเป็นปลายเดือน 3  หรือต้นเดือน 5  ก็ได้  เวลาพระเทศน์ก็จะมีการแห่กัณฑ์หลอนมาถวาย 
                            -  เดือนเมษายน  ที่ตรงกับเดือน  5  ของชาวบ้าน  เป็นการทำบุญตรุษสงกรานต์  คนไทยถือนิยมว่าวันนี้เป็นวันขึ้นปีใหม่ของคนไทย
                            -  เดือนพฤษภาคม  ที่ตรงกับเดือน  6  ของชาวบ้าน  เป็นการทำบุญวันวิสาขบูชา  ตอนเช้ามีการทำบุญตักบาตร  ฟังธรรม  แล้วตอนกลางคืนก็มีการฟังธรรม  เวียนเทียน
                            -  เดือนมิถุนายน  ที่ตรงกับเดือน  7  ของชาวบ้าน  เป็นการทำบุญติดปีติดเดือน  เรียกว่า  ทำบุญเบิกบ้าน  หรือ  ตักบาตรบ้าน  มีการทำบุญเลี้ยงผีบ้าน  ซึ่งเรียกว่า  ผีปู่ตา  เป็นผีประจำหมู่บ้าน  ผีแฮก  เป็นผีประจำไร่นา  คือก่อนจะลงทำนาก็เซ่นสรวงบูชา  เจ้าที่ผีนาก่อนเป็นการแสดงความนับถือรู้บุญคุณ
                            -  เดือนกรกฎาคม  ที่ตรงกับเดือน  8  ของชาวบ้าน  เป็นการทำบุญเข้าพรรษาเหมือนกับภาคกลาง  มีการถวายผ้าอาบน้ำฝน  ถวายเทียนเข้าพรรษาแด่พระสงฆ์  มีการทำบุญตักบาตรตอนเช้า  ฟังธรรมเทศนา
                            -  เดือนสิงหาคม  ที่ตรงกับเดือน 9  ของชาวบ้าน  เป็นการทำบุญข้าวประดับดิน  กำหนดเอาวันแรม  14  คำ  เดือน 9  ชาวบ้านหาอาหาร  หมากพลู  บุหรี่  ห่อด้วยใบตอง  ไปวางตามยอดหญ้า  แขวนไว้ตามกิ่งไม้ใส่ไว้ตามศาลเจ้าบ้าง  วัตถุประสงค์เพื่ออุทิตส่วนกุศลให้กับญาติที่ล่วงลับไปแล้ว และเป็นพิธีที่ระลึกถึงบุญคุณของพระแม่ธรณี เพราะเป็นช่วงทำนาจนไม่มีเวลาทำบุญ 
                            -  เดือนกันยายน  ที่ตรงกับเดือน  10  ของชาวบ้าน  เป็นการทำบุญข้าวสาก  (สลากภัต)  ทำในวันเพ็ญเดือน  10  เป็นการทำบุญให้เปรต (ผู้ตายไปแล้ว)  ห่างจากบุญข้าวประดับดิน  15  วัน  มีการทำข้าวกระยาสารท  แต่ในปัจจุบันนิยมซื้อมากกว่าทำเอง
                            -  เดือนตุลาคม  ที่ตรงกับเดือน  11  ของชาวบ้าน  เป็นการทำบุญออกพรรษา  เมื่อพระสงฆ์จำพรรษาครบ  3  เดือน  ตรงกับวันเพ็ญเดือน  11  มีการทำบุญตักบาตร  จุดธูปที่ทำจากผงมะพร้าวผสมขมิ้นห่อด้วยกระดาษนำไปแขวนไว้จุดตอนกลางคืน
                            -  เดือนพฤศจิกายน  ที่ตรงกับเดือน  12  ของชาวบ้าน  มีการทำบุญกฐิน  เป็นประเพณีถวายผ้าให้พระสงฆ์เป็นเวลา  1 เดือน  ทำในช่วง แรม  1  คำ  เดือน  11  ถึงวันเพ็ญ  เดือน  12  กลางคืนมีการลอยกระทง
                            -  เดือนธันวาคม  ที่ตรงกับเดือน 1  ของชาวบ้าน  มีการทำบุญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่  ในวันที่  31  ธันวาคมของทุกปี  จนถึงเที่ยงคืนก็มีการจุดประทัด  บ้างก็ยิงปืน  เพื่อเริ่มต้นสู่ปีใหม่
                    5. จำนวนประชากร/จำนวนครัวเรือนและการประกอบอาชีพ
                        บ้านไกลเสนียด  หมู่ที่ 7 ตำบลหนองบัว  อำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์ เป็นหมู่บ้านที่มีขนาดกลางอาชีพส่วนใหญ่ทำการเกษตร ทำไร่ ทำนา  รับจ้างทั่วไป  ดังนี้
                                -  จำนวนครัวเรือน       109      ครัวเรือน
                                -  ประชากรทั้งหมด      367      คน   แยกเป็นชาย     190    คน      หญิง    177   คน (ผู้ที่อยู่บ้าน)
                                -  อาชีพหลัก             เกษตรกรรม                        อาชีพรอง     รับจ้างทั่วไป  /  เลี้ยงสัตว์
            6.  กลุ่ม/องค์กร/ในชุมชน
                        6.1      ชื่อกลุ่มองค์กร   กองทุนหมู่บ้านไกลเสนียด  หมู่ที่  7
  จัดตั้งเมื่อวันที่  -    เดือน     ธันวาคม       . ศ  2544    สมาชิกทั้งหมด    109    คน
เงินกองทุน    1,000,000     บาท   ประธานชื่อ  นายจีรวัฒน์   สมานมิตร
                         6.2    ชื่อกลุ่มองค์กร   กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านไกลเสนียด  หมู่  7

  จัดตั้งเมื่อวันที่  2  เดือน     กุมภาพันธ์       . ศ  2554    สมาชิกทั้งหมด    110    คน
เงินกองทุน    300,000     บาท   ประธานชื่อ  นายชื่นชัย   บุญปก

                         6.3   ชื่อกลุ่มองค์กร   ฌาปนกิจหมู่บ้าน 
จัดตั้งเมือ     พ . ศ 2541     สมาชิกทั้งหมด    109  ครัวเรือน       ประธานชื่อ  นายคำบุ   บุญปก
                          6.4  ชื่อกลุ่มองค์กร    ศูนย์สาธิตการตลาด
จัดตั้งเมือวันที่    18   เดือน    ธันวาคม       พ. ศ    2542     สมาชิกทั้งหมด     55    คน
เงินกองทุน    250,000  บาท     ประธานชื่อ    นางน้อย  พิเวิดรัมย์ 
                      6.5  ชื่อกลุ่มองค์กร   ยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข
จัดตั้งเมื่อวันที่     2   เดือน   มิถุนายน       พ. ศ  2550       สมาชิกทั้งหมด    109   คน
ประธานชื่อ     นายชื่นชัย   บุญปก
                            6.6  ชื่อกลุ่มองค์กร    อาสาสมัครสาธารณสุข
จัดตั้งเมื่อ   พ. ศ    2542     สมาชิกทั้งหมด     7    คน      ประธานชื่อ    นายคำเพียร  บุญปก
                            6.7  ชื่อกลุ่มองค์กร   ศูนย์การเรียนรู้เด็กและเยาวชนบ้านไกลเสนียด
  จัดตั้งเมื่อวันที่  1    เดือน     มกราคม     พ.ศ.  2550    สมาชิกทั้งหมด    55    คน
เงินกองทุน    2,500     บาท   ประธานชื่อ  นายชื่นชัย   บุญปก
                            6.8   ชื่อกลุ่มองค์กร   กลุ่มยุวเกษตรกรบ้านไกลเสนียด
  จัดตั้งเมื่อวันที่  25   เดือน     ธันวาคม     พ.ศ.  2548    สมาชิกทั้งหมด    19    คน
เงินกองทุน    20,000     บาท   ประธานชื่อ  นายอัคณี    กะตะศิลา
                            6.10  ชื่อกลุ่มองค์กร   กลุ่มตะเกียงไต้ฝุ่น
  จัดตั้งเมื่อวันที่  2  เดือน     กุมภาพันธ์       . ศ  2543    สมาชิกทั้งหมด    199    คน
เงินกองทุน    10,000     บาท   ประธานชื่อ  นายชื่นชัย   บุญปก
                            6.11